วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการสื่อสารมวลชนในอนาคต


                 การสื่อสารมวลชนในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปเยอะจากอดีต เพราะมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ามาทดแทนการสื่อสารมวลชนแบบเดิมอย่างสื่อสิ่งพิมพ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสื่อสิ่งพิมพ์จะหายไปจากวงจรของสื่อสารมวลชนไปหมด แต่ยังสร้างความพึงพอใจให้กลุ่มผู้สนใจที่จะอ่านได้ตอบสนองความคิดเห็นของข่าวได้เช่นเดียวกัน แม้ว่ายุคการสื่อสารโลกาภิวัฒน์จะเข้ามาเป็นเทรน์ใหม่และกำลังเป็นที่นิยมของคนทั่วโลกได้ในปัจจุบัน มีเครื่องมือการสื่อสารทั้งสื่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง สมาร์ททีวี โทรทัศน์ดิจิตอล (Digital television) รวมถึง TV+SOCIAL ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ล้ำสมัยที่สุดในตอนนี้ องค์กรสื่อสารมวลนในหลายๆประเทศทั่วโลกได้ปรับแนวความคิดและกระบวนการผลิตให้ทันต่อเทคโนโลยีที่เกิดมาใหม่ๆ มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่พร้อมกับการนำเสนอข่าว แนวสี อักษร ของสื่อสิ่งพิมพ์ ให้สบายตาและมีการนำโฆษณาที่ให้ผู้อ่านได้มีส่วนร่วมไปกับข่าวสารต่างๆเพื่อไม่ให้ผู้อ่านเคลียดไปกับข่าวจนเกินไป ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยแต่สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ ก็นำเทคโนโลยีสมัยใหม่นำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์และรูปแบบการนำเสนอข่าว แม้การสื่อสารยุคโลกาภิวัฒน์จะเข้ามาเป็นที่นิยมของคนทั่วโลกแต่อย่างไรก็ตามทิศทางของสื่อสิ่งพืมพ์ สิ่งโทรทัศน์ ก็ไม่มีวันหายไปจากระบบการสื่อสารมวลชนแต่จะพัฒนาตัวเองให้ทันสมัยและเร็วขึ้น นำเสนอข่าวสารได้ลึก รอบด้าน ไปกว่าเดิม ซึ่งจะตอบสนองความต้องการของผู้สนใจอ่านสื่อสิ่งพืมพ์ได้อย่างชัดเจนขึ้น องค์กรสื่อสารมวลชนพยายามสร้าง Content ข่าวให้น่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อที่จะดึงผู้อ่านให้อ่านข่าวได้นานๆ อีกทั้งยังสร้างเว็บไซต์ออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านข่าวได้มากขึ้น สร้าง Interactivity ระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสารให้เกิดข้อถกเถียงระหว่างสารได้ดีขึ้น องค์กรสื่อสารมวลชนยังให้ผู้รับสารทั่วโลกสร้าง Content โต้ตอบกับข่าวสาร แสดงความคิดเห็นต่อข่าวนั้นๆได้ ซึ่งถือว่าเป็นกลุยุทธ์ที่จะดึงฐานผู้อ่านข่าวได้ในระดับหนึ่ง  
                  อย่างไรก็ตามสื่อออนไลน์นั้นกำลังเติบโตและมีความสำคัญมาก ใครที่มีความรู้ความสามารถด้านนี้ ก็เหมือนเป็นอาวุธเสริมในการทำงานสื่อสารมวลชน แต่ในเมื่เราเป็นคนสื่อสารมวลชน จะเพียงแค่ใช้เทคโนโลยีเป็นไม่ได้ จำเป็นต้องรู้ว่า การสื่อสารรูปแบบนี้อย่างไรเหมาะสมและมีประสิทธิภาพต่อคนข่าวเป็นจำนวนมาก คนสื่อสารมวลชนต้องควรปรับใช้สื่อให้หลากหลาย และเหมาะสมกับการทำงาน รูปแบบการนำเสนอทำได้มากมายตามลักษณะของสื่อสารมวลชน
นายเพ็ชรสยาม พรหมงอย ๕๓๐๑๐๖๐๔๐๐๕๑

วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Khao San Road

ผมเพ็ชรสยามครับ วันนี้เป็นที่ผมว่าง เพราะพึ่งสอบเสร็จพอดี เกิดอารมณ์คึกคักอยากถ่ายภาพ และเดินเล่นๆ ก็เลยออกไปถ่ายภาพสวยๆ (สวยหรือเปล่า)มาฝากเพื่อนชาวบล็อคกันครับ วันนี้ผมเก็บภาพบรรยากาศที่ถนนข้าวสารมาฝากเพื่อนกันครับ หลายคนที่อยู่ต่างจังหวัดยังไม่รู่ว่าถนนข้าวสารยามค่ำคืนเป็นยังไง มาดูพร้อมกัน

พ่อค้า แม่ค้า ในซอยถนนคนเดิน เริ่มตั้งร้านขายของกันแล้วครับ  

สำหรับร้านั่งชิวพี่คนนี้ บรรยากาศดีมากราคาเป็นกันเองครับ

เห็นเจ้าของร้านไหมครับ นั่งรอรับลูกค้า

ไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลย จะทำไรดีเราสองคน

บรรยากาศในถนนข้าวสาร วันนี้มีคนเยอะมากทั้งชาวไทยและต่างชาติ

คนเยอะแบบนี้จะนั่งร้านไหนดี หรือจะเดินเล่นก่อน

เขามาเป็นคู่เพื่อนซีกัน แล้วคุณละมากับใคร

ปิดท้ายด้วยร้านอาหารเคลื่อนที่ในถนนข้าวสาร ขอกระสิบว่าทุกร้านอร่อยมาก รับรองได้

สำหรับใครอยากมาเดินเล่นยามค่ำคืนที่ถนนข้าวสาร เปิดหูเปิดตา ก็มาเดินเล่นซื้อของกันได้นะครับ บรรยากาศดี มีชาวต่างชาติมาเดินเยอะมาก ตามที่เห็นในภาพ หามุมสวยๆถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึกไว้ก็ดรนะครับ

วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ บางเขน

พี่โป๊ะ และอิง กำลังเตรียมตัวออกเดินทาง
 หลังจากน้ำได้ลดลงไปแล้ว ผมก็ชวนเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัยไปช่วยกันทำความสะอาดให้กับชาวบ้าน ทุกคนต่างก็ดีใจที่ได้ช่วยชาวบ้าน
ทีมจิตอาสาที่เข้ามาช่วยทำความสะอาด 

กวาดพื้น เก็บขยะ

ขยะเยอะมากแต่ทุกคนก็ช่วยกัน

เหนื่อยมาก แต่ทุกคนก็สู้เต็มที่


วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

petsayam: สนุกกับการเรียนวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์

petsayam: สนุกกับการเรียนวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์: การเรียนสาขาวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งเป็นการเรียนที่สนุกและได้ทำกิจกรรมในระหว่างเรียน และผมเป็นคนหนึ่งที่ได...

สนุกกับการเรียนวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์


การเรียนสาขาวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งเป็นการเรียนที่สนุกและได้ทำกิจกรรมในระหว่างเรียน และผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับโอกาศจากเพื่อนๆให้อัดเสียงโฆษณาทางวิทยุ หรือการจับโปรแกรม และคุมสวิตเชอร์ การควบคุมแผงทำงานของการจัดรายการวิทยุ ซึ่งมันเป็นโอกาศที่ดีมากต่อการทำงานในอนาคตของผม
บรรยากาศเย็นๆหลังฝนตกที่มธบ และเป็นเวลาที่ผมต้องเรียนการเขียนบทโฆษณาทางวิทยุกระจายเสียง

เตรีมตัวอัดเสียงสปอร์ตโฆษณา 

เข้าห้องสตูดิโออัดเสียง

เริ่มอัดเสียงแล้วนะครับ เครื่องมือดีมาก





จะหมุนตัวไหนดี เสียงถึงจะออกมาดีและเล้าใจสุดๆ




จะจับตัวไหนดี 

วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ท่องเที่ยววิถีถิ่น ย่านหลานหลวง เขตพระนคร


กิจกรรมท่องเที่ยววิถีถิ่น
(เส้นทาง ข.รอบย่านนางเลิ้ง ย่านที่อยู่ขุนนาง แหล่งการค้า สถานบันเทิง)
เพื่อการเรียนรู้ และการเสริมสร้างความเข้าใจในมรดกวัฒนธรรมย่านเมืองเก่า
ในงานเตร่ ตรอก ลัดรั่วรอบบ้าน ฟื้นตำนานป้อมปราบฯ-พระนคร ครั้งที่๒
ตอน"ย้อนรอยอดีต สู่วิถีชุมชน ฟื้นฟูวัฒนธรรม"
วันเสาร์ ที่๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๕
ณ ย่านหลานหลวง และย่านนางเลิ้ง



















วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

จุดเปลี่ยนสังคมไทย...ไม่ยอมรับคอร์รัปชัน


แม้ว่าการดำเนินงานในช่วงยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่๑ ยังมีข้อจำกัดหลายประการ แต่ทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อกการทุจริตคอร์รัปชันได้เปลี่ยนไปในทางทิศทางไม่ยอมรับการทุจริตมากขึ้น รายงานการสำรวจทัศนะของภาคธุรกิจและภาครัฐที่มีต่อสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กันยายน ๒๕๕๔ บ่งชี้ว่าในปัจจุบันประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ไม่คิดว่าการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องไกลตัวไม่ได้เกี่ยวกับตัวเองโดยตรง และไม่คิดว่าการทุจริตคอร์รัปชันเป็รวัฒนธรรมไทย เงินใต้โต๊ะเป็นธรรมเนียม  นอกจากนี้ ท่าทีของหลายฝ่ายในสังคมที่แสดงออกอย่างชัดเจถึงการรไม่ยอมรับหรือไม่ยอมทนให้มีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นในสังคมไทยอีกต่อไป ทั้งในส่ววนภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันภาคเอกชนได้ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยอมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการวังวนของการทุจริตอโดยได้เร่งผลักดัน โครงการฮั้วกันไม่จ่าย ซึ่งเป็นการจัดระเบียบในส่วนของภาคเอกชนเอง และในส่วนภาคประชาชนได้ส่งสัญญาณไม่ยอมรับการทุจริตและยินดีร่วมต่อต้านการทุจริตโดยผลการสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ธันวาคม ๒๕๕๔ พบว่า ประชาชนถึงร้อยล่ะ ๖๔ ไม่เห็นด้วยถ้ารัฐบาลทุจริตคอร์รัปชันแต่มีผลงานและทำประโยชน์ให้แก่สังคม และประชาชนที่พร้อมแจ้งและรายงานเบาะแสเมื่อพบการทุจริตคอร์รัปชัน รวมทั้งยินดีมีส่วนในการป้องกันต่อต้านคอร์รัปชันก็สัดส่วนเพิ่มขึ้นเช่นกัน เหล่านี้ นับเป็นสัญญาณ ที่ดีในการที่สำนักงาน ป.ป.ช. จะผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน เพื่อเดินหน้าฝ่าวิกฤติคอร์รัปชันในระยะต่อไปให้ได้ ทิศทางที่ควรกันผลักดันมีดังนี้
(๑) ประสานความร่วมมือกับรัฐบาลในการผลักดันการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง ทั้งที่เป็นเรื่องทั่วไปและเรื่องที่ต้องการสนับสนุนระดับนโยบาย โดยแนวทางความร่วมมือทั่วไป อาทิการพัฒนารุปแบบการมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับต่างๆที่เปิดโอกาศให้ฝ่ายบริหารและหน่วยงานภภาครัฐได้ร่วมเสนอและความคิดเห็นมากขึ้น การวางระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เอื้อต่อการต่อต้านการทุจริต การประสานความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างกระแสต่อต้านคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านสาระที่ต้องการเผยแพร่และรูปแบบของสื่อที่จะใช้ และการสนันบสนุนเชิงนโยบาย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศโดยรวมที่สำคัญได้แก่ ผลักดันแก้ไขข้อจำกัดด้านงบประมาณ ที่รัฐบาลควรเร่งรัดแก้ไขแนวทางการจัดสรรงบประมาณ ให้หน่วยงานได้รีบการสนับสนุนอย่างพอเพียง ทั่วถึง พร้อมทั้งกระจายงบประมาณดำเนินการสู่พื้นที่อย่างเหมาะสม โดนชยเฉพาะในพื้นที่มีปัญหาการทุจริตรุนแรง เร่งรัดนำมาตรการป้องกันการทุจริตที่มีพร้อม ไปใช้ในการปฏิบัติ สนับสนุนกลไกป้องกันการทุจริตที่ภาคเอกชนร่วมกันสร้าง อย่างจริงจัง 
(๒) ส่งเสริมการศึกษา เพื่อสร้างเยาวชนที่เป็นสุจริตชน ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันสนับสนุนส่งเสริมการให้นโยบายการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ ปรับทิศทางจากการมุ่งสร้างคนเก่ง คนดี ดำรงชีวิตสอดคล้องตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถก่อร่างสร้างตัวอย่างสุจริต มีคุณธรรม และจริยธรรม เน้นสร้างจิตสุจริตชน เพื่อสังคมที่มีเสถียรภาพสามารถพัฒนาเศษรฐกิจและสังคมของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่งคง รวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริตของประเทศอย่างยั่งยืน
(๓) พัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติฯ สู่การปฏิบัตที่มุงผลสัมถทธิ์ แนวทางที่สำคัญ อาทิ ๑) จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติฯ ที่ยึดโยงกับเป้าหมายและแนวทางยุทธศาสตร์ชาติฯ ๒) กำหนดกลไลบริหารขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพและเชื่อมโยงการทำงานทั้งภายในและภายนอกสำนักงาน ป.ป.ช. ๓) เตรียมการพัฒนาและปรับปรุงกฏ ระเบียบ เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกับพหุภาคีที่ไม่ใช่ภาคราชการ ๔) สร้างความเข้าใจที่ชัดเจนระหว่างภาคีที่เกี่ยวข้องรวมถึงบุคลากรของสำนัก ป.ป.ช. ในเรื่องทิศทางและเป้าหมาย แนวทางการดำเนินงานอและผุ้เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกำหนดแนวทางขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานอย่างชัดเจ โดยมีการแบ่งอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบที่ตกลงร่วมกัน และ ๕) วางระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานในทุกระดับและส่งเสริมการจัดทำดัชนีเพื่อเป็นเครื่องติดตามความก้าวหน้า ประเมินผลความสำเร็จ/ล้มเหลวและรางานต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง


                                                                         เรียบเรียงโดย
                                                              นาย  เพ็ชรสยาม  พรหมงอย
                                                นักศึกษานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์